เนลลี, คิม เซ-ยอง นำร่วมลุ้นแชมป์เมเจอร์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น, อาฒยา รั้งที่ 24
เนลลี คอร์ดา โปรสาวชาวอเมริกัน มือ 1 ของโลก ยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 67 ในการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์หญิง ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เมเจอร์ที่สองของปี ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 207 ขยับขึ้นนำร่วมกับ คิม เซ-ยอง จากเกาหลีใต้ ซึ่งทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 68 โดยมีนักกอล์ฟอันดับ 3 ร่วม ตามหลังเพียงสโตรกเดียวลุ้นแชมป์กันสนุก ขณะที่ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือ 2 ของโลก รั้งอันดับ 24 ตามหลังผู้นำ 7 สโตรก
การแข่งขันกอล์ฟสตรีรายการยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น พรีเซ็นเต็ด บาย แอลลาย (U.S. Women’s Open) ครั้งที่ 81 เมเจอร์ที่สองของปี ชิงเงินรางวัลรวม 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 409.4 ล้านบาท แข่งขันที่สนามริเวียรา คันทรี คลับ (The Riviera Country Club) พาร์ 71 ชานเมืองแปซิฟิก พาลีเซดส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน 2569
วันที่สาม อาฒยา ฐิติกุล ออกสตาร์ตได้ดีด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 1 แต่พลาดเสียโบกี้ที่หลุม 3 และ 4 ก่อนแก้คืนด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 5 อย่างไรก็ตาม ยังเสียโบกี้เพิ่มที่หลุม 7 ส่วน 9 หลุมหลังทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุม 14 แต่เสียโบกี้ที่หลุม 15 ก่อนเก็บพาร์ในสามหลุมสุดท้าย จบรอบด้วยสกอร์ 1 โอเวอร์พาร์ 72 รวมสามวัน 1 โอเวอร์พาร์ 214 รั้งอันดับ 24 ตามหลังผู้นำร่วม 7 สโตรก
ด้าน เนลลี คอร์ดา มือ 1 ของโลก ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ทำเบอร์ดี้ที่หลุม 3 และ 6 แม้จะเสียโบกี้ที่หลุม 8 แต่กลับมาเร่งเครื่องด้วยการเก็บเบอร์ดี้ในสามหลุมสุดท้าย จบวันที่ 4 อันเดอร์พาร์ 67 เป็นการเล่นต่ำกว่า 70 สองรอบติดต่อกัน รวมสามวัน 6 อันเดอร์พาร์ 207 ขึ้นนำร่วมกับ คิม เซ-ยอง
และนับเป็นการทำสกอร์ 67 หรือต่ำกว่ารอบที่ 17 ในการเล่นรายการเมเจอร์ตั้งแต่ปี 2018 เท่ากับสถิติมากที่สุดของ อี มินจี จากออสเตรเลียทีทำเอาไว้ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
นักกอล์ฟมือ 1 ของโลก กล่าวหลังจบรอบว่า “ฉันคิดว่าประสบการณ์มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่ออันดับบนลีดเดอร์บอร์ด และส่งผลต่อรูปเกมในการแข่งขันเมเจอร์ แต่ฉันรู้สึกขอบคุณที่ยังอยู่ในตำแหน่งนี้ ได้ลงเล่นอีก 18 หลุมในรายการนี้ และยังมีโอกาสลุ้นแชมป์”
เนลลี เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 18 รายการ รวมถึงแชมป์เมเจอร์ 3 รายการ ได้แก่ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ปี 2024 และ 2026 รวมถึงวีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ ปี 2021 ฤดูกาลนี้คว้าแชมป์มาแล้ว 3 รายการ และกำลังลุ้นเมเจอร์รายการที่ 4 ในอาชีพ โดยผลงานดีที่สุดในยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น คือการจบอันดับ 2 ร่วม เมื่อปี 2025
คิม เซ-ยอง แชมป์แอลพีจีเอ 13 รายการ รวมถึงแชมป์เมเจอร์วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ ปี 2020 ทำ 5 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ จบรอบ 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวม 6 อันเดอร์พาร์ 207 ขึ้นนำร่วมกับ คอร์ดา และมีลุ้นคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สองในอาชีพ โดยผลงานดีที่สุดในรายการนี้คืออันดับ 8 ร่วม เมื่อปี 2017
ชอน อิน-จี โปรจากเกาหลีใต้ เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 4 รายการ รวมถึงแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2015 ทำ 2 อันเดอร์พาร์ 69 เท่ากับ เจนนิเฟอร์ คัพโช จากสหรัฐ เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 4 รายการ รวมถึงเมเจอร์เชฟรอน แชมเปียนชิพ ปี 2022 ที่ทำ 2 อันเดอร์พาร์ 69 เช่นกัน ส่งผลให้ทั้งคู่มีสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 208 รั้งอันดับ 3 ร่วม ตามหลังผู้นำเพียงสโตรกเดียว และยังมีลุ้นแชมป์เต็มตัว หาก อิน-จี คว้าแชมป์จะทิ้งระยะห่างระหว่างแชมป์ครั้งล่าสุด 11 ปี สถิติห่างมากที่สุดคือ เม็ก แมลลอน โปรชาวอเมริกัน 13 ปี ช่วงปี 1991-2004 แต่แชมป์เมเจอร์ล่าสุดที่ อิน-จี ทำได้คือวีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2022
จากเนลลี คอร์ดา, คิม เซ-ยอง นำร่วม และชอน อิน-จี พร้อมกับ เจนนิเฟอร์ คัพโช อันดับสามร่วมนับเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ผู้ที่อยู่ในท็อป 4 เป็นแชมป์เมเจอร์ก่อนหน้านี้ในปี 1996 ที่ไพน์ นีดเดิลส์ มีอันนิกา โซเรนสตัม (แชมป์) แบรนดี เบอร์ทัน และเจน เกดเดส อยู่ในท็อป 3
กลุ่มอันดับ 5 ร่วม ที่สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 209 ได้แก่ นาสะ ฮาตาโอกะ จากญี่ปุ่น (68), กาบี โลเปซ จากเม็กซิโก (70) และ หยิน ยัวหนิง จากจีน ผู้นำร่วมหลังจบรอบสอง ซึ่งทำได้ 71 ตามหลังผู้นำ 2 สโตรก
“เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ทำ 3 เบอร์ดี้ เสีย 4 โบกี้ จบรอบ 1 โอเวอร์พาร์ 72 รวม 2 โอเวอร์พาร์ 215 เท่ากับ “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ ที่เกิน 3 โอเวอร์พาร์ 74 จาก 3 เบอร์ดี้ เสีย 4 โบกี้ และ 1 ดับเบิลโบกี้ รั้งอันดับ 25 ร่วม
“เม” เอรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 12 รายการ รวมถึงแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2018 ทำได้เพียง 1 เบอร์ดี้ เสีย 3 โบกี้ และ 1 ดับเบิลโบกี้ จบรอบ 4 โอเวอร์พาร์ 75 รวมสามวัน 6 โอเวอร์พาร์ 219 รั้งอันดับ 53 ร่วม
ขณะที่ ชาร์ลีย์ ฮัลล์ โปรจากอังกฤษ โชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของวัน ทำ 7 เบอร์ดี้ เสียเพียงโบกี้เดียว จบที่ 6 อันเดอร์พาร์ 65 ซึ่งเป็นสกอร์ดีที่สุดต่อรอบของสัปดาห์นี้ รวมสามวัน 3 อันเดอร์พาร์ 210 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ร่วมกับ คิม ฮโย-จู จากเกาหลีใต้ (71) และ อลิสัน รี จากสหรัฐ ผู้นำร่วมหลังรอบสอง ที่ทำได้ 72 โดยตามหลังผู้นำ 3 สโตรก และยังมีลุ้นแชมป์เมเจอร์แรกในอาชีพ
สำหรับ มายา สตาร์ก โปรสาวจากสวีเดน แชมป์เก่าปีที่แล้ว ทำ 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสามวัน 2 อันเดอร์พาร์ 211 รั้งอันดับ 11 ร่วม ตามหลังผู้นำ 4 สโตรก
Photo Credit: USGA







Comments
Post a Comment