อาฒยา แซงปาดคว้าแชมป์พอร์ตแลนด์ คลาสสิก เป็นรายการที่ 10 ในแอลพีจีเอ

 

"จีโน่" อาฒยา ฐิติกุล มือสองของโลก โชว์ผลงานยอดเยี่ยมเร่งเครื่องทำ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ในวันสุดท้ายของกอล์ฟพอร์ตแลนด์ คลาสสิก ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 สกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 แซงเฉือนชนะ "เปียโน" อาภิชญา ยุบล และ "พราว" ชเนตตี วรรณแสน สองโปรไทยด้วยกันไปหนึ่งสโตรก คว้าแชมป์ที่สามในทัวร์ปีนี้ และเป็นแชมป์ที่ 10 ในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ

การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการเดอะ สแตนดาร์ด พอร์ตแลนด์ คลาสสิก (The Standard Portland Classic) เป็นรายการที่ 10 ในแอลพีจีเอ) ที่โคลัมเบีย เอดจ์วอเตอร์ คันทรี คลับ (Columbia Edgewater Country Club) พาร์ 72 ชานเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม 2569 หลังผ่านสามวันแรก "เปียโน" อาภิชญา ยุบล เป็นผู้นำร่วม

วันสุดท้าย อาฒยา ฐิติกุล ซึ่งอยู่อันดับสาม ตามหลังผู้นำร่วมอย่าง อาภิชญา ยุบล และโซเฟีย ชูเบิร์ต อยู่สองสโตรก ออกสตาร์ตอย่างร้อนแรงด้วยเบอร์ดี้หลุมแรก ก่อนทำอีก 5 เบอร์ดี้ติดต่อกันตั้งแต่หลุม 3-7 จากนั้นพลาดเสียโบกี้หลุม 9 แต่กลับมาทำอีเกิลหลุม 10 พาร์ 5 ก่อนเสียโบกี้ที่สองที่หลุม 12 พาร์ 5 และทำเบอร์ดี้หลุม 14 และ 17 จบรอบด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 64 สกอร์รวมสี่วัน 22 อันเดอร์พาร์ 266 แซงชนะ อาภิชญา ยุบล และ ชเนตตี วรรณแสน สองนักกอล์ฟเพื่อนร่วมชาติไปหนึ่งสโตรก รับเงินรางวัล 300,000 ดอลลาร์ หรือราว 9.9 ล้านบาท และทำเงินรางวัลรวมปีนี้ 2,301,398 ดอลลาร์ หรือราว 76.1 ล้านบาท จากการเล่น 15 รายการ ขณะที่เงินรางวัลรวมตลอดอาชีพอยู่ที่ 19,670,798 ดอลลาร์ จากการเล่น 99 รายการ

โปรสาวจากจังหวัดราชบุรี เผยหลังการเล่นวันสุดท้ายว่า "จีนคิดว่าทุกชัยชนะมีความหมาย เพราะความเสียสละและการทำงานที่เราทุ่มเทออกมา บางครั้งจีนเคยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกมของจีน แต่พอคว้าแชมป์ก็รู้สึกได้เลยว่านี่แหละคือสิ่งที่รอคอยมา"

อาฒยา คว้าแชมป์ที่สามในปีนี้ต่อจากรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และมิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น และนับเป็นแชมป์ที่ 10 ในอาชีพ หลังคว้าแชมป์เจทีบีซี คลาสสิก และวอลมาร์ต เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ ในปี 2022, ทีมดาว แชมเปียนชิพ และซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ในปี 2024, มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น, บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้ และซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ในปี 2025 และฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น และพอร์ตแลนด์ คลาสสิก ในปี 2026 เธอกลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สองที่คว้าแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 10 รายการขึ้นไป ต่อจาก เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งทำได้ 12 รายการ และเป็นนักกอล์ฟคนที่สองที่คว้าแชมป์ในทัวร์สามรายการขึ้นในปีนี้ร่วมกับ เนลลี คอร์ดา จากสหรัฐ 4 รายการ

จนถึงขณะนี้มีนักกอล์ฟไทยคว้าแชมป์ในแอลพีจีเอรวม 34 แชมป์ จาก 7 คน ได้แก่ "เม" เอรียา จุฑานุกาล (12), "จีโน่" อาฒยา ฐิติกุล (10), "โม" โมรียา จุฑานุกาล (3), จัสมิน สุวัณณะปุระ (3), "เมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ (2), "แพตตี้" ปภังกร ธวัชธนกิจ (2) และ "พราว" ชเนตตี วรรณแสน (2)

อาภิชญา ยุบล ซึ่งกำลังล่าแชมป์แรกในการเล่นแอลพีจีเอ เริ่มต้นในฐานะผู้นำร่วมด้วยการทำเบอร์ดี้หลุม 2 และอีก 3 เบอร์ดี้ติดต่อกันตั้งแต่หลุม 5-7 แต่พลาดเสียโบกี้หลุม 12 ก่อนปิดด้วยเบอร์ดี้สองหลุมสุดท้าย จบรอบด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวมสี่วัน 21 อันเดอร์พาร์ 267 แต่ไม่มากพอที่จะคว้าแชมป์ จบอันดับสองร่วม นับเป็นการจบอันดับสองเป็นครั้งที่สามในปีนี้ ต่อจากการจบอันดับสองเดี่ยวที่เม็กซิโกและรัฐนิวเจอร์ซีย์

โปรสาวจากจังหวัดสระบุรี เผยหลังการเล่นวันสุดท้ายว่า "นี่เป็นสัปดาห์ที่ดีสำหรับหนู และสามารถพูดได้ว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุด การที่สามารถจบด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ วันสุดท้ายหนูเล่นกับจีโน่ (อาฒยา ฐิติกุล) และโซเฟีย ในกลุ่มสุดท้าย พวกเราต่างก็เล่นได้ดีและสนุกมาก การทำเบอร์ดี้ได้หลายหลุมทำให้รู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดของหนู เหมือนทุกครั้งที่มันใกล้มากแล้ว เหลือแค่นิดเดียว หนูพยายามเล่นให้ดีที่สุดทุกช็อต อย่างในสัปดาห์นี้ วันสุดท้ายหนูพยายามเต็มที่แล้ว แต่เธอก็ทำได้ดีที่สุดเช่นกัน ดังนั้นจึงเฉือนกันแค่สโตรกเดียว นี่แหละคือเกมกอล์ฟ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตอนนี้หนูนึกถึงถ้วยแชมป์ที่ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นจะพยายามรักษาการเล่นแบบนี้ไว้ และเล่นให้สนุกกับเกมของตัวเอง"

ชเนตตี วรรณแสน เจ้าของแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2023 ยิ่งร้อนแรง โดยทำเบอร์ดี้หลุม 3 และอีก 4 เบอร์ดี้ติดต่อกันตั้งแต่หลุม 7-10 จากนั้นทำอีก 3 เบอร์ดี้รวดตั้งแต่หลุม 13-15 ก่อนทำอีกเบอร์ดี้ที่หลุม 17 โดยไม่เสียโบกี้ จบรอบด้วยสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 63 ซึ่งเป็นสกอร์ดีที่สุดในรอบสุดท้าย สกอร์รวมสี่วัน 21 อันเดอร์พาร์ 267 จบอันดับสองร่วมกับ อาภิชญา ยุบล รับเงินรางวัลคนละ 162,752 ดอลลาร์ หรือราว 5.4 ล้านบาท นับเป็นการจบใน 10 อันดับแรกครั้งที่สามในทัวร์ปีนี้ของ ชเนตตี หลังจากรายการช้อปไรท์ แอลพีจีเอ และวีเมนส์ สกอตติช โอเพ่น

โปรสาวจากจังหวัดเชียงใหม่เผยว่า "หนูคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ดีมากเลย หนูพัตต์ได้ดี และเมื่อพัตต์พลาด หนูก็สามารถชิพอินลงได้ วันนี้หนูอยากจะบอกว่ามันเหมือนกับปีที่คว้าแชมป์เลย รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ และรู้ว่าทำได้ หลังจากมองลีดเดอร์บอร์ดแล้วเห็นว่าตามหลังอยู่สี่สโตรกหรืออะไรสักอย่าง จากนั้นเลยตีบุกทันที"

        นี่เป็นครั้งแรกที่นักกอล์ฟไทยจบในสามอันดับแรกของแอลพีจีเอ นับตั้งแต่ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปี 2021 ซึ่งครั้งนั้น เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์ อาฒยา ฐิติกุล จบอันดับสอง และ ปภังกร ธวัชธนกิจ จบอันดับสามร่วม

ด้าน โซเฟีย ชูเบิร์ต โปรสาวจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำร่วมหลังสามวันแรก ทำ 1 อันเดอร์พาร์ 71 สกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 จบอันดับสี่ รับเงินรางวัล 105,866 ดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท

"เมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ทำ 6 เบอร์ดี้ เสีย 1 โบกี้ จบรอบด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวมสี่วัน 16 อันเดอร์พาร์ 272 จบอันดับ 5 ร่วมกับ เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส ซึ่งทำ 6 อันเดอร์พาร์ 66 และ อัน นาริน จากเกาหลีใต้ ซึ่งทำ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รับเงินรางวัลคนละ 71,095 ดอลลาร์ หรือราว 2.3 ล้านบาท

นักกอล์ฟไทยอีกคนที่ผ่านตัดตัวเข้าไปเล่นในสองรอบสุดท้าย "ฮัท" สุวิชยา วินิจฉัยธรรม รุกกี้ของทัวร์ ทำอีเกิลหลุม 5 และเบอร์ดี้หลุม 6, 10, 11 และ 16 โดยไม่เสียโบกี้ จบรอบด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 273 จบอันดับ 8 ร่วมกับ โรส จาง จากสหรัฐฯ ซึ่งทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 รับเงินรางวัลคนละ 48,545 ดอลลาร์ หรือราว 1.6 ล้านบาท นับเป็นอันดับดีที่สุดของ สุวิชยา นับตั้งแต่ร่วมแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์

นักกอล์ฟชื่อดังและแชมป์เมเจอร์อย่าง หยิน ยัวหนิง จากจีน จบอันดับ 20 ร่วม สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 277 ขณะที่ ยู เฮ-รัน จากเกาหลีใต้ และ อายากะ ฟุรุเอะ จากญี่ปุ่น จบอันดับ 25 ร่วม สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 278 ด้าน มาโอะ ไซโกะ จากญี่ปุ่น จบอันดับ 51 ร่วม สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 282, แอชลี บูฮาย จากแอฟริกาใต้ จบอันดับ 54 ร่วม สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 และ เกรซ คิม จากออสเตรเลีย จบอันดับ 61 สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 286

หลังจากนี้ แอลพีจีเอ ทัวร์ จะเป็นรายการซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 2.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคมนี้

Photo Credit: LPGA/Getty Images

Comments

Popular posts from this blog

เคแอลพีจีเอ ร่วมลงนาม ฟาร์ม่า รีเสิร์ซ จัดศึก“ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ ” เปิดฤดูกาล 2026 ที่ อมตะ ปริงฯ

นพรัฐ แซงคว้าแชมป์ไทยแอลพีจีเอสองสมัยติดที่กบินทร์บุรี

“ช่อง 7HD” เปิดสังเวียนเดือดสู้ลมหนาว “ONE ลุมพินี 138” และ “มวยไทย 7 สี”