แอลพีจีเอ ประกาศโปรแกรม 2027 ดวล 33 รายการ ชิงรางวัลรวมเกือบ 5 พันล้าน

  แอลพีจีเอ ทัวร์ ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2027 ออกมาแล้ว โดยมีทั้งหมด 33 รายการ ชิงเงินรางวัลรวมสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 5 พันล้านบาท เปิดฉากต้นเดือนกุมภาพันธ์ และปิดฤดูกาลที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในกลางเดือนพฤศจิกายน พร้อมมีรายการใหม่ที่ฮาวาย ฮ่องกง และอังกฤษ

       แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2027 ชิงเงินรางวัลรวม 147 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,947,873,000 บาท มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่ายอดนักกอล์ฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกเข้ามาประชันวงสวิงกันตลอด 33 รายการ

แอลพีจีเอ ฤดูกาล 2027 จะแข่งขันใน 13 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา และอีก 11 ประเทศทั่วโลก เริ่มต้นจากรายการฮิลตัน แกรนด์ แวคเคชันส์ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ ที่รัฐฟลอริดาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นเข้าสู่ “เอเชียน สวิง” ช่วงฤดูใบไม้ผลิ 3 รายการ เริ่มจากฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่ประเทศไทย ต่อด้วยสิงคโปร์ และฮ่องกง ในรายการฟูตู เลดีส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ พรีเซ็นเต็ด บาย มูมู่ ซึ่งเป็นรายการใหม่ และถือเป็นการกลับมาแข่งขันที่ฮ่องกงของแอลพีจีเอเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ

หลังจากนั้นจะเข้าสู่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นเดือนมีนาคมเริ่มจากนาเนีย คัพ รายการใหม่ที่จัดขึ้นที่นาเนีย กอล์ฟ คลับ ในไคลูอา-โคนา และลอตเต แชมเปียนชิพ ซึ่งย้ายจากเดิมที่แข่งขันในเดือนตุลาคมมาเป็นเดือนมีนาคม โดยจัดขึ้นที่เดอะ แพลนเทชัน คอร์ส ในคาปาลูอา รีสอร์ต ก่อนจะเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

แอลพีจีเอ ทัวร์ ยังจะกลับไปแข่งขันที่คอร์นิง คันทรี คลับ รัฐนิวยอร์ก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 โดยจัดการแข่งขันรายการเดอะ คลาสสิก ชิงเงินรางวัลรวมสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นรายการที่มีเงินรางวัลรวมสูงสุดในบรรดารายการที่ไม่ใช่เมเจอร์ และซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ขณะที่อีก 2 รายการที่มีเงินรางวัลรวมสูง ได้แก่ เจเอ็ม อีเกิล แอลเอ แชมเปียนชิพ พรีเซ็นเต็ด บาย พลาสต์โพร 4.75 ล้านดอลลาร์ และเอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ 4.7 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

ส่วน 5 รายการเมเจอร์ เริ่มต้นจากเดอะ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ซึ่งแข่งขันที่เมมโมเรียล พาร์ค กอล์ฟ คอร์ส ชานเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เป็นปีที่สอง ตามด้วยยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น พรีเซ็นเต็ด บาย แอลลาย ที่อินเวอร์เนส คลับ ในเมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ และเคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ ที่คองเกรสชันแนล คันทรี คลับ ในเบเธสดา รัฐแมรีแลนด์ ก่อนจะข้ามไปยุโรปในรายการอามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ ที่เอวิยอง รีสอร์ต กอล์ฟ คลับ ประเทศฝรั่งเศส และปิดท้ายเมเจอร์ด้วยเอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น ที่รอยัล เซนต์ จอร์จ กอล์ฟ คลับ ในแซนด์วิช ประเทศอังกฤษ นับเป็นครั้งแรกที่สนามแห่งนี้จะจัดการแข่งขันเมเจอร์หญิง โดยก่อนหน้านี้เคยจัดการแข่งขันดิ โอเพ่น เมเจอร์ชายมาแล้ว 15 ครั้ง

ในยุโรป นอกจาก 2 รายการเมเจอร์ดังกล่าวแล้ว ยังมีรายการเดอะ แชมเปียนชิพ ซึ่งเป็นการแข่งขันร่วมกับเลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ที่ชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีรายการซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพ่น ที่กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา และริเวียรา มายา โอเพ่น ที่ประเทศเม็กซิโก

เอเชียน สวิง ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จากเดิมที่เริ่มต้นจากจีน จะเปลี่ยนมาเริ่มต้นที่เกาหลีใต้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ต่อด้วยจีน มาเลเซีย และญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก่อนจะกลับสู่สหรัฐอเมริกาใน 2 รายการสุดท้าย และปิดฤดูกาลด้วยซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

นอกจากนี้ ยังมี 10 รายการที่จะจ่ายเงินรางวัลขั้นต่ำให้กับนักกอล์ฟทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเกือบ 20 รายการที่จะมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ต่าง ๆ ครอบคลุมถึงค่าโรงแรมที่พัก ตั๋วโดยสารเครื่องบิน และหรือการเดินทาง

เครก เคสส์เลอร์ กรรมาธิการบริหารของแอลพีจีเอ กล่าวว่า “ฤดูกาล 2026 ถือเป็นฤดูกาลที่น่าจดจำอย่างยิ่งสำหรับแอลพีจีเอ ทัวร์ และเราได้นำแรงส่งดังกล่าวมาต่อยอดเพื่อวางโปรแกรมการแข่งขันปี 2027 ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม เราสามารถสร้างความก้าวหน้าที่มีความหมายในหลายด้าน ทั้งการเดินทางของนักกอล์ฟไปแข่งขันทั่วโลก สนามที่พวกนักกอล์ฟจะได้ลงแข่งขัน รวมถึงเงินรางวัลที่พวกเธอจะได้ชิงชัย โปรแกรมการแข่งขันของเราส่งผลต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย แต่สิ่งที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการวางโปรแกรมคือเหล่านักกอล์ฟของเรา

“ความก้าวหน้าของเราเห็นได้อย่างชัดเจนจากการที่นักกอล์ฟและระบบนิเวศทั้งหมดของแอลพีจีเอจะสามารถเดินทางไปแข่งขันทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้พวกเธอได้พัก ฟื้นฟูร่างกาย และบริหารจัดการการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ผู้บริหารแอลพีจีเอยังกล่าวอีกว่า “สนามแข่งขันที่เราเลือกมีความสำคัญ และเรากำลังเพิ่มสนามที่แฟนกอล์ฟชื่นชอบและคุ้นเคยมากขึ้น นักกอล์ฟของเราสมควรได้รับโอกาสในการแข่งขันบนเวทีเหล่านี้ และเราขอเชิญชวนแฟน ๆ ให้ติดตามและรับชมพวกเธอในการแข่งขัน

“เงินรางวัลสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและการสนับสนุนอันยอดเยี่ยมจากพันธมิตรของเรา ซึ่งยังคงตระหนักถึงคุณค่าของนักกอล์ฟของเรา เรารู้ว่านักกอล์ฟและแฟน ๆ ต่างให้ความสำคัญกับทั้งสามเรื่องนี้ และเราตั้งตารอที่จะเดินหน้าสร้างความก้าวหน้าให้มากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า”

ในปี 2027 จำนวนเงินรางวัลรวมที่ชิงชัยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ โดยรายการที่ไม่ใช่เมเจอร์มีเงินรางวัลรวม 94 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2026 กว่า 12 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ รายการทีมหญิงฮันฮวา ไลฟ์พลัส อินเตอร์เนชันแนล คราวน์ จะกลับมาแข่งขันในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง โดยจะแข่งขันที่เลค เมอร์ซิด กอล์ฟ คลับ ในเดลี ซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเดือนกันยายน โดยครั้งล่าสุดในปี 2025 แข่งขันที่เกาหลีใต้ ซึ่งอี มินจี, ฮันนา กรีน, เกรซ คิม และสเตฟานี คีเรียคู ผนึกกำลังกันนำทีมออสเตรเลียคว้าแชมป์เป็นครั้งแรก

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.lpga.com

เครดิตภาพ: LPGA




Comments

Popular posts from this blog

เคแอลพีจีเอ ร่วมลงนาม ฟาร์ม่า รีเสิร์ซ จัดศึก“ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ ” เปิดฤดูกาล 2026 ที่ อมตะ ปริงฯ

“ช่อง 7HD” เปิดสังเวียนเดือดสู้ลมหนาว “ONE ลุมพินี 138” และ “มวยไทย 7 สี”

สรุปผลงานสาวไทย “อาฒยา” ครองความยิ่งใหญ่ในแอลพีจีเอ 2025