อาฒยา ผงาดคว้าแชมป์มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น สมัยที่สองติดต่อกัน รับกว่า 15.6 ล้านบาท
"จีโน่" อาฒยา ฐิติกุล มือ 2 ของโลก โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม หลังขึ้นนำตั้งแต่รอบสอง ก่อนปิดฉากด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 ในวันสุดท้าย ศึกกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการมิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 คว้าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน เอาชนะ หยิน ยัวหนิง เพื่อนสนิทจากจีน ไป 4 สโตรก กลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่ป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ พร้อมรับเงินรางวัล 487,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15.6 ล้านบาท นับเป็นแชมป์ที่สองของปีนี้ และแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการที่ 9 ในอาชีพ อีกทั้งยังเป็นนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสะสมทะลุ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์
การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการมิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น (Mizuho Americas Open) จัดขึ้นที่สนามเมาเทน ริดจ์ คันทรี คลับ (Mountain Ridge Country Club) เมืองเวสต์ คัลด์เวลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 โดยหลังผ่านสามวันแรก “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล แชมป์เก่า ขึ้นนำเดี่ยว
รอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น อาฒยา วัย 23 ปี ออกสตาร์ตในฐานะผู้นำอันดับสองอยู่ 2 สโตรก ก่อนทำเบอร์ดี้ที่หลุม 2 และ 3 ขยับหนีห่างเป็น 4 สโตรก แม้จะพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 13 พาร์ 5 แต่ยังกลับมาทำเบอร์ดี้ได้อีกที่หลุม 16 พาร์ 3 และปิดท้ายอย่างสวยงามด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 18 จบวันด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 275 คว้าแชมป์ไปครองห่างหยิน ยัวหนิง จากจีน ที่จบอันดับสองด้วยสกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 279 ไป 4 สโตรก
แชมป์รายการนี้ทำให้อาฒยาได้รับเงินรางวัล 487,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15.6 ล้านบาท ส่งผลให้เงินรางวัลสะสมในปีนี้เพิ่มเป็น 942,270 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30.3 ล้านบาท จากการลงเล่น 8 รายการ พร้อมสร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสะสมทะลุ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ ทัวร์ ด้วยยอดรวม 18,311,670 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียง 4 ฤดูกาล
อาฒยา คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการที่สองของปีนี้ ต่อจากฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และนับเป็นแชมป์รายการที่ 9 ในอาชีพ ประกอบด้วย จีทีบีซี คลาสสิก และวอลมาร์ต เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ ปี 2022, ดาว แชมเปียนชิพ 2024 (จับคู่กับ หยิน ยัวหนิง), ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ 2024, มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น 2025 และ 2026, บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้ 2025 และฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026
จีโน่ กลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์อย่างน้อย 2 รายการในฤดูกาลนี้ ต่อจาก เนลลี คอร์ดา จากสหรัฐ เจ้าของ 3 แชมป์ ได้แก่ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์, เชฟรอน แชมเปียนชิพ และริเวรา มายา โอเพ่น, ฮันนาห์ กรีน จากออสเตรเลีย คว้า 2 แชมป์เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ และแอลเอ แชมเปียนชิพ รวมถึง คิม ฮโย-จู จากเกาหลีใต้ ที่คว้า 2 แชมป์ฟาวน์เดอร์ส คัพ และฟอร์ด แชมเปียนชิพ
นักกอล์ฟสาวจากจังหวัดราชบุรีเผยหลังคว้าแชมป์ว่า “แชมป์นี้มีความหมายกับจีนมากจริง ๆ ก่อนออกรอบซ้อม จีนได้โทรหาโค้ช (คริส-กฤช อัศวพิมลพร) แล้วทุกอย่างที่กังวลอยู่ก็หลุดออกไปจากหัว ซึ่งช่วยได้มากจริง ๆ ต้องยกเครดิตให้เขาเลย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องพยายามแก้ไขทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ มันช่วยให้จีนอยู่กับตัวเอง มีสมาธิกับสิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่จีนต้องคิดมีแค่จังหวะของตัวเองกับสิ่งที่ควบคุมได้”
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายในรายการเมเจอร์ จีโน่กล่าวถึงการเตรียมตัวสำหรับศึกยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ที่ริเวียรา คันทรี คลับ รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายนนี้ว่า “แน่นอนว่าการคว้าแชมป์เมเจอร์เป็นความฝันของจีนเสมอ ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นความฝัน แต่ตอนนี้จีนไม่อยากกดดันตัวเองมากเกินไป แค่ออกไปเล่นกอล์ฟ และไม่ว่าจีนจะคว้าแชมป์เมเจอร์ได้หรือไม่ จีนคิดว่าตัวเองทำมาได้ดีมากแล้ว”
อาฒยา กลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้สองสมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ได้รับการบรรจุในโปรแกรมแอลพีจีเอ ทัวร์ โดยแชมป์ก่อนหน้านี้ ได้แก่ โรส จาง จากสหรัฐ ในปี 2023 และ เนลลี คอร์ดา จากสหรัฐ ในปี 2024
สำหรับผลงานของอาฒยาในปี 2026 จากการลงเล่น 8 รายการ จบอันดับ 7 ร่วม รายการทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์, คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, อันดับ 31 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ, อันดับ 14 ร่วม ฟาวน์เดอร์ส คัพ, อันดับ 50 ร่วม ฟอร์ด แชมเปียนชิพ, อันดับ 17 ร่วม อารามโก แชมเปียนชิพ, ไม่ผ่านการตัดตัวในศึกเชฟรอน แชมเปียนชิพ และล่าสุดคว้าแชมป์มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น
ด้าน หยิน ยัวหนิง จากจีน เพื่อนสนิทของอาฒยา ทำผลงานยอดเยี่ยมในรอบสุดท้าย ด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ใน 9 หลุมแรก รวมถึง 4 เบอร์ดี้ติดต่อกันระหว่างหลุม 5-8 ก่อนพลาดเสีย 2 โบกี้ใน 9 หลุมหลัง จบวันด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสี่วัน 9 อันเดอร์พาร์ 279 คว้าอันดับสอง พร้อมรับเงินรางวัล 304,824 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.8 ล้านบาท นับเป็นการจบอันดับ 1-2 ติดต่อกันสองรายการ หลังเพิ่งได้รองแชมป์ร่วมในศึกเชฟรอน แชมเปียนชิพ เมเจอร์แรกของปี ที่รัฐเท็กซัส
อันดับ 3 ร่วม มี 4 คน ที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 280 ได้แก่ เจนนี เบ จากสหรัฐ (66), อลิสัน รี จากสหรัฐ (69), กาบี โลเปซ จากเม็กซิโก (69) และ ชเว ฮเย-จิน จากเกาหลีใต้ (71)
ส่วน ลีเดีย โค นักกอล์ฟฮอลล์ ออฟ เฟม จากนิวซีแลนด์ จบอันดับ 18 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 286 ขณะที่ โรส จาง โปรสาวชาวอเมริกัน แชมป์ปี 2023 ทำสกอร์รอบสุดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวมอีเวนพาร์ 288 จบอันดับ 25 ร่วม
ผลงานนักกอล์ฟไทยรายอื่น “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ทำอีเวนพาร์ 72 รวมอีเวนพาร์ 288 จบอันดับ 25 ร่วม รับเงินรางวัล 27,388 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 881,975 บาท, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล ทำ 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวม 1 โอเวอร์พาร์ 289 จบอันดับ 34 ร่วม รับเงินรางวัลราว 661,030 บาท และจัสมิน สุวัณณะปุระ ทำอีเวนพาร์ 72 รวม 4 โอเวอร์พาร์ 292 จบอันดับ 45 ร่วม รับเงินรางวัล 13,184 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 424,564 บาท
รายการต่อไปของแอลพีจีเอ ทัวร์ คือ โครเกอร์ ควีน ซิตี แชมเปียนชิพ ที่เมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ ระหว่างวันที่ 14-17 พฤษภาคมนี้ โดยมีเนลลี คอร์ดา มือ 1 ของโลก ร่วมแข่งขันด้วย
Photo Credit: LPGA/Getty Images





Comments
Post a Comment